dot dot




ถูกนอกใจ


ถูกนอกใจ 




 

นอกใจ-นอกกาย? 
            ปัญหาครอบครัวที่เราพบอันดับต้นๆ คือเรื่องของการนอกกายและนอกใจคู่สมรส ปัญหาที่ทำให้วัยรุ่นทุกข์เศร้าเหงาหงอยจนจะฆ่าตัวตายก็ไม่พ้นเรื่องแฟนเปลี่ยนใจ แฟนนอกใจ(หรือนอกกาย) หลายๆคนยอมให้คนรักนอกกายตนไปยุ่งกับคนอื่นๆ แต่ไม่ยอมเลิกกัน ทนทรมานอยู่ตรงนั้นเพราะไม่แน่ใจว่าเลิกกันไปจะดีกว่าเป็นอยู่หรือไม่ เราคงทำใจให้เชื่อไม่ได้ว่าคนที่นอกกกายเราบอกว่าเขาไม่ได้นอกใจ ทำไปเพราะแค่สนองความอยาก เพราะถ้ารักกันจริงน่าจะห่วงใยความรู้สึกกันมากกว่านี้ คนที่นอกกายนอกใจเราไปหาความสำราญที่ใดไม่รู้ รู้แต่ตัวเราเท่านั้นที่นั่งทุกข์

ทำไมเขาต้องนอกใจ ฉันมันไม่ดีตรงไหน?
            คนส่วนใหญ่ที่ผิดหวังกับความรัก ถูกหักอกหรือถูกทิ้ง ก็จะหันกลับมาถามคำถามนี้ และมองหาข้อเสียของตนเอง และคิดว่าถ้าฉันดีจริง ดีพอ รูปร่างหน้าตาดี หรือเฝ้าเอาอกเอาใจเขาได้มากพอ มันคงไม่เป็นเช่นนี้ ความคิดรูปแบบนี้เป็นการด่วนสรุปไปเอง และมักทำให้เราเศร้ามากขึ้น การที่เขาเปลี่ยนใจไม่ใช่เพราะเราแต่เป็นเพราะตัวเขา อาจจะไม่ใช่เรื่องของความดีแต่เป็นเรื่องของความแปลกใหม่ หรือความอยากที่มักจะไม่สิ้นสุดของมนุษย์ หากมัวแต่เฝ้าโทษตัวเอง เราจะไม่เหลือใคร เสียคนที่รักไปแล้ว เราไม่ควรจะเสียตัวของเราเองเพิ่มด้วยการตำหนิหรือเกลียดชังตนเอง

ผิดหวังเพราะคาดหวังมากไปหรือ?
            เมื่อเริ่มมีความรัก เมื่อใจเริ่มได้รสชาติของความสุข เราก็จะมีความคาดหวังต่อความสุขนั้นทันทีว่า มันควรจะเกิดขึ้นอีก คาดหวังว่าความสุขนั้นจะต้องอยู่ตลอดไป ในคู่รัก เมื่อช่วงเริ่มต้น มีความรู้สึกดีๆต่อกัน ต่างฝ่ายก็เติมเต็มคุณค่าและความหมายต่อกัน มีคำพูดหวานๆ เฝ้าทำสิ่งดีๆที่เอาอกเอาใจกันมากมาย เพราะยิ่งทำก็ได้ความรักกลับคืน ความคาดหวังในจิตใจก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เราอาจจะหวังไปว่า เขาจะเป็นรักแท้ รักแรกและรักเดียว คู่ชีวิตของเราอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า จะรักกันตลอดไปชั่วฟ้าดินสลายไม่คลายรักเลย เราอาจไม่ได้ตระหนักว่า ยิ่งเราคาดหวังสูงเท่าใด โอกาสที่โลกแห่งความเป็นจริงจะมีให้เราได้ ก็ยิ่งห่างไกล หลายคนเมื่อผิดหวังก็เฝ้าแต่จะทำให้ความหวังให้เป็นจริง หลักการนี้ใช้ได้กับหลายกรณีก็จริงแต่ไม่ใช่กับเรื่องความสัมพันธ์ เพราะคนอื่นจะคิดหรือรู้สึกกับเราอย่างไรนั้นเป็นเรื่องภายในตัวตนของเขา เมื่อใดที่เรากำลังใช้ชีวิตเพื่อไปทำให้ใครพึงพอใจ สนใจ หรือให้เขายอมรับ เมื่อนั้นเราก็มอบชีวิตไปเป็นทาสของเขาเช่นกัน ทุกข์พึงดับที่เหตุแห่งทุกข์ฉันใด ความผิดหวังนั้นก็ควรดับด้วยการลด –ละ-เลิก ความคาดหวังของ “ตัวเราเอง”ฉันนั้น

 เยียวยาตนเองอย่างไร? 
            ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่าเพิ่งด่วนคิดว่าเราอ่อนแอมากจนเยียวยาตัวเราเองไม่ได้ ลองอนุญาตให้ตัวเองได้พิจารณาและลองทำสิ่งต่างๆ ตามคำแนะนำเหล่านี้
1.สำรวจจิตใจ ว่า เมื่อถูกนอกใจหรือผิดหวังในรัก ตัวเราทุกข์อย่างไร ปัญหานี้ทำให้ชีวิตเราเสียหายยับเยินแค่ไหนบ้าง ค่อยระลึกรู้ว่ามันส่งผลกระทบกับเราอย่างไร เปรียบเหมือนมีคลื่นสึนามิมาถล่มบ้านเรา ขณะนี้มันผ่านไปแล้ว ขอเชิญชวนให้เราสำรวจดูว่า เราได้รับความเสียหายเพียงใด ดูให้ชัดเจน เจ็บปวดก็รู้เห็นความเจ็บปวดนั้น เรื่องใดเสียหายก็รับรู้ความรู้สึกที่เรามีต่อเรื่องนั้นๆ
2.เมื่อสำรวจใจดีแล้ว ถามใจตัวเองว่า เราคิดจะทำอย่างไรกับมัน สงสารและเมตตาตนเองหรือไม่ จะอยู่กับความเสียใจซึ่งเปรียบเหมือนบ้านที่ยับเยินนี้ต่อไป หรือเราอยากจะซ่อมบ้านของเราหลังนี้เสียที เราอยากให้อะไรในชีวิตดีขึ้นหรือเราชอบที่จะจมกองทุกข์จริงๆ การเกิดเป็นคนก็มีทุกข์อื่นๆในชีวิตมากพอแล้ว เราอยากจะลดไปสักเรื่องหรือไม่ เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า อยากจะดีขึ้น ไม่อยากทุกข์กับเรื่องนี้แล้ว ก็คงได้ฤกษ์ที่จะลงมือซ่อมบ้านของเราเองเสียที
3. พึงตระหนักว่างานทางจิตใจ ไม่มีใครทำแทนเจ้าของจิตได้ หากหาใครมาดามอกที่หัก ก็จะเป็นความเสี่ยงของทุกข์ซ้ำในเรื่องเดิมนี้อยู่ดี บางคนใช้ชีวิตโดยพึ่งพิงใครสักมาตลอด จะสุขจะทุกข์ก็เอาไปผูกกับคนอื่น เหมือนใช้คนอื่นมาเป็นเสาหลักของบ้านตนเอง  เมื่อเสาหลักนั้น“หนีหาย”ไป บ้านก็สั่นคลอนและพังทลาย ปัญหาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะหันมาปรับปรุงวิธีการใช้ชีวิตของตนเอง กำจัดจุดอ่อนโดย หันกลับมายึดตัวเองเป็นเสาหลักในการใช้ชีวิต ไม่ไปฝากไว้กับคนที่ไม่รู้ค่า 
4.แต่หากตัวเราเองก็ไม่ค่อยเห็นคุณค่าตัวเอง ไม่ค่อยชื่นชมหรือพึงพอใจในตนเอง ก็จะเป็นเสาหลักให้ชีวิตตนเองอย่างไม่ค่อยแข็งแรงมั่นคง แต่ถ้าหันไปพึ่งพิงคนอื่นเพราะคิดว่ามั่นคงกว่า ตัวเราจะไม่เคยได้พัฒนาและเสี่ยงต่อการถูกคนอื่นทอดทิ้งอีกเช่นเคย การเสริมสร้างความเข้มแข็งในตนเองสามารถกระทำได้เสมอทุกเวลาทุกขณะจิต การที่เรารู้จักรักคนอื่นได้แสดงว่าเรามีศักยภาพที่รักมนุษย์ได้แน่นอน ตัวของเราเองก็เป็นมนุษย์ที่กำลังต้องการความรักและการดูแลอยู่ในขณะนี้ เหตุใดเราจึงไม่อนุญาตให้เรารักตนเอง ชื่นชมตนเอง
5.มีบางคนที่เติบโตและเรียนรู้มาแต่ความรักที่มีเงื่อนไข ต้องดี ต้องเก่ง ต้องทำตัวให้ถูกใจใครๆคนอื่นจึงรักเรา แต่การรักตัวเองนั้นใช้เพียงเงื่อนไขเดียวคือ คนๆนี้คือตัวเราและเป็นคนที่สำคัญกับเรามากที่สุด เราอยากมีความสุขก็เพื่อคนๆนี้จะได้สุขมิใช่หรือ ลองถามตัวเองว่าขณะนี้ “เธอ” ต้องการอะไร หากต้องการเขากลับมาจะต้องการไปเพื่ออะไร เพื่อให้รู้ว่ายังมีคนรัก ยังมีคุณค่า เพื่อความมั่นคงทางจิตใจ ต่างๆเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้เราจะให้ตัวเองได้หรือไม่ เพื่อจะได้สุขสงบและยุติทุกข์จากการพึ่งพิง  
6.เมื่อใช้ตัวเองเป็นเสาหลักของชีวิตตัวเองได้แล้ว ก็ควรหล่อเลี้ยงบำรุงตนเองบ้าง ผู้ที่ชอบซื้อของขวัญให้ใครๆก็หันมาซื้อในตัวเองบ้าง พาตัวเองไปเที่ยวในที่ที่ชอบ พาตัวเองไปทำเรื่องที่อยากทำ สนทนากับตนเองฉันมิตร มิใช่วางตัวกับตัวเองเหมือนผู้ใหญ่ที่เอาแต่บ่นๆวิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง   เลี้ยงดูตนเองด้วยความรักและเข้าใจซึ่งเป็นไปได้แน่นอนเพราะไม่มีใครรู้จักเราดีเท่าตัวเราเอง  
7.หลายท่านตามถึงตนจุดนี้ อาจจะบอกว่า เข้าใจ แต่ทำไม่ได้ ฟังดูง่ายแต่ทำไม่ได้จริง ก็ไม่เป็นไร ขอเชิญให้หยุดอ่านสักพักแล้วย้อนกลับไปพิจารณาใจตนเอง ว่าเราคิดอะไรอยู่ มีอะไรที่ควรทำให้เราที่จะทุกข์ต่อหรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าการที่เรายิ่งทุกข์ยิ่งทำให้เขาเป็นฝ่ายผิดมากขึ้น หรือได้ความรู้สึกเห็นใจตอบกลับมา เลยต้องทุกข์ต่อไปก่อน ผู้ที่รักและเมตตาตนเองเมื่อตระหนักแล้วว่า เรากำลังทรมานตนเองเพื่อแลกกับอะไรบางอย่างซึ่งไม่รู้ว่าจะได้มาหรือไม่ ก็จะหยุดทำ  

 




รอบรู้เรื่องสุขภาพจิตผู้ใหญ่

วิตกกังวล
เศร้าหลังคลอด
อยากตาย
โรคแพนิค (Panic)
อารมณ์แปรปรวน
วิกลจริต (Psychosis)
ติดบุหรี่
ติดเหล้า
ติดการพนัน



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
Department of Psychiatry, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University BANGKOK 10330
Tel: (662) 256-4346, 256-4298